dismiss-alert
header-area-background-wrapper
header-section-wrapper
Menu
site-banner
center-left-menu

ดำเนินงานอย่างไร?

วิดีโอ 1 นาที
center-right-menu

เปอร์โตริโก

เมืองหลวง: ซานฮวน
ภูมิประเทศ: เปอร์โตริโกตั้งอยู่ในแถบแคริบเบียนตะวันออก และเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในเกรตเตอร์แอนทิลลีส โดยเป็นเกาะที่มีลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งวัดพื้นที่ได้ประมาณ 3,435 ตารางไมล์ (ประมาณ 9,000 ตารางกิโลเมตร) 
ขนาด: 100 x 35 ไมล์ (160 คูณ 56 กิโลเมตร) 

โซนเวลา: "เวลามาตรฐานแอตแลนติก" อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปีที่มี "การปรับเวลาให้เร็วขึ้น" ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน เปอร์โตริโกจึงมีเวลาเดียวกับชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

ระบอบการเมือง: ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ซึ่งมีการแบ่งอำนาจหรือหน้าที่ ผู้ว่าการรัฐและคณะรัฐมนตรีเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นระบบสองสภาซึ่งประกอบไปด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น
เขตปกครอง: เขตปกครองของสหรัฐอเมริกา
สกุลเงิน: ดอลลาร์สหรัฐ

การธนาคารในเปอร์โตริโก

เปอร์โตริโกเป็นเขตอำนาจด้านการเงินที่สำคัญ ซึ่งให้การเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับที่มั่นใจได้ และระบบการธนาคารที่ปลอดภัย และเงินทุนของลูกค้า/ บัญชีจะไม่ข้องเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ของเปอร์โตริโก SFM มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับธนาคารชั้นนำในภูมิภาค และสามารถให้ความช่วยเหลือลูกค้าในการเปิดบัญชีธนาคารนอกอาณาเขตในเปอร์โตริโกได้อย่างราบรื่น

ประวัติศาสตร์

เปอร์โตริโกกลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามระหว่างสเปนกับอเมริกาในปี 1898 เครือรัฐเองเริ่มก่อตัวขึ้นในปี 1950 ภายใต้การปกครองและการชี้นำของ Luis Muñoz Marín ในปีดังกล่าว นาย Antonio Fernós ซึ่งเป็นข้าหลวงที่ประจำการอยู่ในเวลานั้น นำเสนอโครงการเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ "การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญโดยประชาชนชาวเปอร์โตริโก"

รัฐบาลของประธานาธิบดีทรูแมนและสภาคองเกรสให้การตอบรับโครงการเป็นอย่างดี ซึ่งได้กลายมาเป็น Law 600 ของสภาคองเกรสสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 กรกฎาคม 1950 ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีทรูแมน จากนั้น สภานิติบัญญัติของเปอร์โตริโกจึงอนุมัติโดยการลงประชามติ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 4 มิถุนายน 1951 ในวันดังกล่าว ประชาชนชาวเปอร์โตริโกผู้มีสิทธิ์ได้ลงคะแนนเสียงยอมรับการร่างรัฐธรรมนูญของตนเอง โดยมีผลการลงคะแนนสนับสนุน 387,016 เสียง และไม่สนับสนุน 119,169 เสียง ในวันที่ 27 สิงหาคม มีการเลือกตั้งตัวแทนสภาร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิก 70 รายได้รับการเลือกโดยพรรค Popular Democratic 15 รายได้รับการเลือกโดยพรรค Puerto Rican States และ 7 รายโดยพรรค Socialist สมาชิกของพรรค Puerto Rican Independence งดออกเสียงในการเลือกตั้งเหล่านี้

สภาร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้น และในวันที่ 3 มีนาคม 1952 ก็มีการส่งมอบรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวเปอร์โตริโกเพื่ออนุมัติหรือปฏิเสธ โดยได้รับเสียงสนับสนุน 374,649 เสียงและไม่สนับสนุน 82,923 เสียง

ในวันที่ 25 กรกฎาคม 1952 มีการประกาศความสมบูรณ์ตามกฎหมายของเครือรัฐเปอร์โตริโกในพิธีที่มีผู้ก่อตั้ง นาย Luis Muñoz Marín เป็นประธาน

สถาบันด้านการธนาคาร กฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ

ไม่มีธนาคารกลางในเปอร์โตริโก ธนาคารกลางสหรัฐ (US Federal Reserve Bank) ทำหน้าที่เป็นธนาคารกลางที่กำหนดดอกเบี้ยค้างรับของเงินกู้สำหรับธนาคารที่เป็นสมาชิก และบังคับใช้นโยบายการเงินและเครดิต (Monetary and Credit Policy) เงินฝากในเปอร์โตริโกได้รับการรับประกันสูงสุด 100,000 ดอลลาร์สหรัฐโดยสํานักงานประกันเงินฝากแห่งสหพันธรัฐ (Federal Deposit Insurance Corporation)

ธนาคารได้รับการรับประกันโดยสํานักงานประกันเงินฝากแห่งสหพันธรัฐ (Federal Deposit Insurance Corporation: FDIC) โดยอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งหมดของสหพันธรัฐที่ใช้กับธนาคารในสหรัฐอเมริกา การควบคุมดูแลธนาคารโดยรัฐบาลของเครือรัฐจะกระทำผ่านกรรมาธิการด้านการเงิน (Comisionado de Instituciones Financieras)

ดังนั้น แม้จะมีปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก เปอร์โตริโกก็ยังคงเป็นเขตอำนาจนอกอาณาเขตหลักที่มีชื่อเสียงมั่นคง ซึ่งดึงดูดธนาคารใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น Euro Pacific Bank ที่ก่อนหน้านั้นมาจากเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

มาตรฐานการรายงานทั่วไป

ลูกค้าของธนาคารในเปอร์โตริโกในปัจจุบันไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านการรายงานภายใต้กฎหมายมาตรฐานการรายงานทั่วไป (Common Reporting Standards: CRS) ระหว่างประเทศที่กำหนดขึ้นใหม่

สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการธนาคาร:

มีการให้บริการด้านการธนาคารพื้นฐานทั้งหมดในเปอร์โตริโก รวมถึงเทรนด์การใช้ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารส่วนใหญ่ยังออกบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทั่วทั้งเกาะและในสถานที่อื่นๆ ผ่านทาง ATM (มักเรียกว่า ATH ซึ่งเป็นชื่อทั่วไปที่มาจากชื่อย่อของระบบดังกล่าว ในช่วงที่ระบบนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในเปอร์โตริโกเป็นครั้งแรก)

สามารถซื้อหาบริการต่างๆ ได้ เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมบริการและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เนื่องจากมีการแข่งขันอย่างหนักระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ

การให้บริการธนาคารแก่บุคคลและธุรกิจขนาดย่อม ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเพื่อลูกค้าธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการเงิน ได้รับการพิจารณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในเขตอำนาจนี้

ต้องใช้เอกสารใดบ้างในการเปิดบัญชีธนาคาร?

ธนาคารจำเป็นต้องยืนยันตัวตนและที่อยู่ของลูกค้าทั้งหมดที่เปิดบัญชีธนาคาร ผู้ลงนามและเจ้าของที่ได้รับประโยชน์แต่ละรายต้องใช้เอกสารต่อไปนี้ ซึ่งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ:

  • สำเนาหนังสือเดินทางที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องพร้อมตรา Apostille
  • ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคที่ได้รับการรับรอง (ไม่เก่ากว่า 3 เดือน)
  • หนังสือรับรองจากธนาคารฉบับจริง (ไม่เก่ากว่า 3 เดือน) หรือรายการเดินบัญชีจากธนาคารฉบับจริง (6 เดือนล่าสุด)

ในกรณีของบัญชีธนาคารสำหรับนิติบุคคล ธนาคารจะขอชุดเอกสารบริษัทที่ได้รับการรับรองเหล่านี้ด้วย:

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียน
  • หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ
  • ทะเบียนผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท
  • ใบรับรองสถานะธุรกิจหรือใบรับรองการดำรงตำแหน่งหากบริษัทมีอายุเกินกว่า 12 เดือน
  • บัญชีที่ได้รับการตรวจสอบล่าสุด/ โปรไฟล์บริษัท ถ้ามี

เราจะส่งแบบฟอร์มธนาคารเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการเปิดบัญชีให้คุณทางอีเมล โดยจะส่งเป็นเอกสารแนบเพื่อให้คุณลงชื่อและส่งกลับมาให้เราพร้อมด้วยเอกสารอื่นๆ ที่ระบุด้านบน ในการส่งเอกสาร แนะนำให้ใช้บริการไปรษณีย์พิเศษ ( DHL, FedEx หรือ Chronopost)

Stars