ประวัติศาสตร์

เซนต์วินเซนต์เป็นข้อพิพาทด้านดินแดนที่สำคัญระหว่างฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรในศตวรรษที่ 18 โดยมีการเผชิญหน้าทางการทหารระหว่างจักรวรรดิทั้งสองหลายครั้ง จนกระทั่งถูกส่งมอบให้อังกฤษในปี 1783 เซนต์วินเซนต์ได้รับเอกราชในปี 1979 เกาะแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 100,000 คน

เซนต์วินเซนต์เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยส่วนใหญ่ ก่อนที่จะถูกส่งมอบให้แก่อังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ปัจจุบัน เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์เป็นสมาชิกของเครือจักรภพแห่งประชาชาติ เศรษฐกิจของเซนต์วินเซนต์มีความหลากหลาย การธนาคาร การท่องเที่ยว และการค้าระหว่างประเทศช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงหลายปีนับตั้งแต่ที่ได้รับเอกราช ภาคการเงินยังคงเป็นเสาหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งนำโดยการธนาคาร เซนต์วินเซนต์ได้กลายมาเป็นศูนย์กลางด้านการธนาคารที่มีชื่อเสียงสำหรับบุคคลที่มีรายได้สูงทั่วโลก นักการธนาคารหลายคนเรียกที่นี่ว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งใหม่” และพลเมืองจากยุโรปตะวันตกและเอเชียใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจที่สำคัญ เซนต์วินเซนต์ไม่ได้รับผลกระทบอย่างที่ประเทศอื่นๆ หลายประเทศต้องเผชิญในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก และธนาคารของเซนต์วินเซนต์ก็ยังมีความมั่นคงและผลประกอบการที่ดี ทำให้ประเทศนี้มีชื่อเสียงที่ดียิ่งขึ้น

สถาบันด้านการธนาคาร

แม้ว่าเซนต์วินเซนต์จะเป็นประเทศซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็ก แต่ก็มีธนาคารที่ได้รับอนุญาตถึง 42 แห่ง การธนาคารในเซนต์วินเซนต์ได้รับการกำกับควบคุมโดยสำนักงานบริการด้านการเงินแห่งเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (Financial Services Authority of St Vincent and the Grenadines)

กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ

เซนต์วินเซนต์เป็นเขตอำนาจด้านการธนาคารนอกอาณาเขตที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ สำนักงานบริการด้านการเงินแห่งเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (Financial Services Authority of St Vincent and the Grenadines) คือองค์กรปกครองและกำกับดูแลหลักของธนาคารที่ได้รับการจดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์ นอกจากนี้ เนื่องจากเซนต์วินเซนต์เป็นสมาชิกของเครือจักรภพแห่งประชาชาติ เงินฝากในธนาคารจึงมีเสถียรภาพ ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ยค้างรับจนถึงวันครบกำหนดของเงินฝาก หรือวันที่เงินฝากครบกำหนดแล้ว เงินฝากในนามของบุคคลใดๆ และ/ หรือบริษัทที่อยู่ในธนาคารที่แตกต่างกัน ถือเป็นเงินฝากที่แยกจากกัน

การปกปิดข้อมูลของธนาคาร

เซนต์วินเซนต์ได้รับการจัดอันดับโดยดัชนีการปกปิดทางการเงินปี 2014 ให้อยู่ในลำดับที่ 62 ของโลก จากการคำนวณส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วโลกในด้านบริการทางการเงินนอกอาณาเขต เซนต์วินเซนต์คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของตลาดด้านบริการทางการเงินนอกอาณาเขตทั่วโลก กฎหมายด้านการธนาคารของเซนต์วินเซนต์ระบุว่า ลูกจ้าง กรรมการ ผู้จัดการ ตัวแทน ฯลฯ และบุคคลใดก็ตามที่สามารถเข้าถึงบันทึกของธนาคารได้ทุกคนห้ามเปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของลูกค้าใดๆ ของธนาคารไม่ว่าในลักษณะใดก็ตาม แม้กระทั่งหลังสิ้นสุดการจ้างงานกับธนาคารดังกล่าวแล้วก็ตาม

การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์เป็นสมาชิกของระบบสื่อสารด้านการเงินระหว่างธนาคารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วโลก (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication: SWIFT) โดยเครือข่าย SWIFT เป็นระบบที่มีความปลอดภัยมากที่สุดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก

สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการธนาคาร

SFM มีความสัมพันธ์กับเครือข่ายธนาคารเอกชนและธนาคารหลักในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์อย่างกว้างขวาง ธนาคารทั้งหมดที่เราส่งต่อลูกค้าของเราไปนั้น มีแพลตฟอร์มการธนาคารระหว่างประเทศเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งบัญชีที่รองรับหลายสกุลเงิน (ปอนด์ ยูโร และดอลลาร์สหรัฐ) รวมถึงธนาคารออนไลน์และบัตรเดบิต/ เครดิต นอกจากนี้ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ยังให้บริการบัตรเครดิตแบบเติมเงินสำหรับทั้งบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนบุคคล

เมื่อคำสั่งของคุณเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะมีการมอบหมายผู้จัดการบัญชีที่ปฏิบัติงานด้วยความใส่ใจให้กับคุณ ผู้จัดการบัญชีจะให้คำแนะนำแก่คุณตลอดกระบวนการเปิดบัญชีธนาคาร จากนั้น เราและคุณจะช่วยกันเลือกธนาคารจากพันธมิตรชั้นนำของเราอย่างรอบคอบ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับชุดสูทที่สั่งตัดเพื่อคุณโดยเฉพาะ

ต้องใช้เอกสารใดบ้างในการเปิดบัญชีธนาคาร?

ตามกฎโดยทั่วไป ธนาคารจะขอสำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท (เจ้าของผู้ได้รับประโยชน์) ที่ได้รับการรับรอง และใบรับรองที่พำนักอาศัยที่ต้องมีอายุไม่เกินสามเดือน หากลูกค้าไปที่ธนาคารด้วยตนเองเพื่อเปิดบัญชี ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาหนังสือเดินทางที่ได้รับการรับรอง

เราจะส่งรายการเอกสารเพิ่มเติมที่จำเป็นต้องใช้ในการเปิดบัญชีให้แก่คุณทางอีเมล โดยจะส่งเป็นไฟล์แนบ เพื่อให้คุณลงนามและส่งกลับมาให้เรา โดยแนะนำให้ใช้บริการจัดส่งพัสดุพิเศษ (DHL, FedEx หรือ Chronopost) พร้อมกับเอกสารอื่นๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น