ประวัติศาสตร์

นักโบราณคดีกล่าวว่า มีหลักฐานร่องรอยของมนุษย์ในพื้นที่ที่เป็นฮ่องกงในปัจจุบันนี้ตั้งแต่ราว 35,000 ถึง 39,000 ปีก่อน จักรพรรดิองค์แรกของจีนได้รับชัยชนะเหนือชนเผ่าไป่เยว์ (Baiyue) ในเมืองเจียวจือในปี 214 ก่อนคริสตกาล และได้ผนวกดินแดนดังกล่าวเข้ากับจักรวรรดิจีนในสมัยราชวงศ์ถัง มณฑลกวางตุ้ง (แคนตัน) ก็ได้เติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการเงินในภูมิภาค Jorge Álvares นักสำรวจชาวโปรตุเกส คือแขกชาวยุโรปคนแรกเท่าที่เคยทราบกันมาซึ่งได้ไปเยือนดินแดนดังกล่าวในปี 1513 ในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 มีการใช้นโยบายปิดประเทศซึ่งห้ามไม่ให้มีกิจกรรมทางทะเลทั้งหมดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการติดต่อจากชาวต่างชาติทางทะเล การปฏิเสธไม่สนับสนุนการนำเข้าฝิ่นในปี 1839 ของทางการราชวงศ์ชิงก่อให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง จักรวรรดิอังกฤษและราชวงศ์ชิงต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ และความพ่ายแพ้ของราชวงศ์ชิงเป็นผลให้กองทัพอังกฤษเข้าครอบครองเกาะฮ่องกงในวันที่ 20 มกราคม 1841 ต่อมาในปี 1842 มีการลงชื่อในสนธิสัญญานานกิง และชื่อ "ฮ่องกง" ได้รับการบันทึกเป็นครั้งแรกในเอกสารทางการเพื่อหมายรวมถึงพื้นที่บนเกาะทั้งหมด ในเวลานั้น ประชากรของเกาะฮ่องกงอยู่ที่ 7,450 คน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้เข้ายึดฮ่องกงในช่วงเวลาสั้นๆ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 มีการส่งมอบเกาะฮ่องกงจากสหราชอาณาจักรให้แก่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของระยะเวลา 156 ปีที่ฮ่องกงเป็นอาณานิคมภายใต้การปกครองของอังกฤษอย่างเป็นทางการ

สถาบันด้านการธนาคาร

ในปี 2015 ฮ่องกงมีธนาคารที่ได้รับใบอนุญาต 159 แห่ง ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตแบบจำกัด 21 แห่งและบริษัทรับฝากเงิน 23 แห่ง รวมเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต 203 แห่งที่มีสาขาในท้องถิ่น 1,372 สาขา นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานตัวแทนในท้องถิ่นของธนาคารต่างประเทศในฮ่องกงอีก 63 แห่ง

กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ

ธนาคารกลางแห่งฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority) และคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง (Hong Kong Securities and Futures Commission) คือผู้กำกับดูแลบริการทางการเงินของฮ่องกงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) แผนกต่างๆ ของธนาคารแห่งประเทศจีนและธนาคารกลางแห่งฮ่องกงมีหน้าที่ในการตรวจสอบดูแลอุตสาหกรรมการธนาคารในฮ่องกง และคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกงมีหน้าที่ในการกำกับดูแลตลาดด้านการเงิน แผนกเหล่านี้มีอำนาจที่หลากหลายในการควบคุมดูแลกิจกรรมต่างๆ ของธนาคารในประเทศ ธนาคารต่างประเทศ รวมถึงบริษัทที่ให้บริการด้านการเงินและสถาบันทางการเงินอื่นๆ

การปกปิดข้อมูลของธนาคาร

ฮ่องกงได้รับการจัดอันดับโดยดัชนีการปกปิดทางการเงินในปี 2014 ให้อยู่ในลำดับที่ 3 ซึ่งทำให้ฮ่องกงจัดอยู่ในกลุ่มประเทศแรกๆ ที่มีการปกปิดความลับของข้อมูลในระดับสูง ฮ่องกงคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 4 ของตลาดบริการด้านการเงินนอกอาณาเขตทั่วโลก ที่นี่จึงเป็นผู้เล่นขนาดใหญ่ ตามข้อมูลจากดัชนีการปกปิดทางการเงิน ฮ่องกงคือเขตอำนาจที่มีการปกปิดข้อมูลเป็นความลับซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลกแห่งหนึ่งในปัจจุบัน ดัชนีการปกปิดทางการเงินได้กล่าวไว้ว่า “ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ฮ่องกงได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นด้วยนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมแบบสุดขั้ว และทัศนคติที่ต่อต้านภาษีหรือแม้กระทั่งต่อต้านรัฐบาล และบางคนเรียกสิ่งนี้ว่าเศรษฐกิจที่มีความเป็นเสรีที่สุดในโลก”

การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

ฮ่องกงเป็นสมาชิกของระบบสื่อสารด้านการเงินระหว่างธนาคารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วโลก (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication: SWIFT) โดยเครือข่าย SWIFT เป็นระบบที่มีความปลอดภัยมากที่สุดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก

สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการธนาคาร

SFM มีความสัมพันธ์กับเครือข่ายธนาคารเอกชนและธนาคารหลักในฮ่องกงอย่างกว้างขวาง ธนาคารทั้งหมดที่เราส่งต่อลูกค้าของเราไปนั้น มีแพลตฟอร์มการธนาคารระหว่างประเทศเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งบัญชีที่รองรับหลายสกุลเงิน (ปอนด์ ยูโร และดอลลาร์สหรัฐ) รวมถึงธนาคารออนไลน์และบัตรเดบิต/ เครดิต โปรดทราบว่าคุณจำเป็นต้องเดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารด้วยตนเอง

เมื่อคำสั่งของคุณเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะมีการมอบหมายผู้จัดการบัญชีที่ปฏิบัติงานด้วยความใส่ใจให้กับคุณ ผู้จัดการบัญชีจะให้คำแนะนำแก่คุณตลอดกระบวนการเปิดบัญชีธนาคาร จากนั้น เราและคุณจะช่วยกันเลือกธนาคารจากพันธมิตรชั้นนำของเราอย่างรอบคอบ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับชุดสูทที่สั่งตัดเพื่อคุณโดยเฉพาะ

ต้องใช้เอกสารใดบ้างในการเปิดบัญชีธนาคาร?

ตามกฎโดยทั่วไป ธนาคารจะขอสำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท (เจ้าของผู้ได้รับประโยชน์) ที่ได้รับการรับรอง และใบรับรองที่พำนักอาศัยที่ต้องมีอายุไม่เกินสามเดือน หากลูกค้าไปที่ธนาคารด้วยตนเองเพื่อเปิดบัญชี ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาหนังสือเดินทางที่ได้รับการรับรอง

เราจะส่งรายการเอกสารเพิ่มเติมที่จำเป็นต้องใช้ในการเปิดบัญชีให้แก่คุณทางอีเมล โดยจะส่งเป็นไฟล์แนบ เพื่อให้คุณลงนามและส่งกลับมาให้เรา โดยแนะนำให้ใช้บริการจัดส่งพัสดุพิเศษ (DHL, FedEx หรือ Chronopost) พร้อมกับเอกสารอื่นๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น